http://www.musiclandpiano.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

สินค้า

บทความ

 ถาม-ตอบ

หน้าติดต่อเรา

เพลงสรรเสริญพระบารมี

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี

                                                                                                                                                                                                                                                                           เรียบเรียง โดย ไพบูลย์ บุณยเกียรติ

                เพลงสรรเสริญพระบารมี (Royal anthem) เป็นเพลงยกย่องเชิดชูพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย เป็นเพลงที่มีความสำคัญมากกับสังคมไทยและคนไทยทุกคนและเป็นเพลงที่คนไทยรู้จักกันดีเพลงสรรเสริญพระบารมี มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมากมีรายละเอียดดังนี้

หม่อมเจ้าหญิง พูนพิสมัย ดิสกุล ได้ทรงกล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณก่อนที่ไทยเราจะมีเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลาที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระโรงจะมีทำนองเพลงเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาบรรเลงเป็นเสียง แอ่ แอ๊ แอ่ แอ่ แอ้ แอ แอ๊ ด้วยแตรงอนเป่าเข้ากับกลองชนะนำปี่พาทย์เวลาประโคม ... นี่แสดงว่าเพลงยกย่องสรรเสริญพระมหากษัตริย์มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบแล้ว (พูนพิสมัย ดิสกุล, 2511)

                ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไทยเราได้รับอิทธิพลทางสังคมจากแบบตะวันตกมามาก (westernization) และในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔  ได้ทรงโปรดฯ จัดให้มีการทหาร ทั้งทหารบกและทหารเรือตามแบบประเทศยุโรป กล่าวคือสำหรับทหารบกโปรดฯให้ร้อยเอกอิมเปย์ (Captain Impey) นายทหารอังกฤษ จัดตั้งกองทหารที่เรียกว่า ทหารเกณฑ์หัดอย่างยุโรปโดยมีร้อยเอกนอกซ์ (Captian Knox) เป็นครูทหารวังหน้า ส่วนทหารเรือ ทรงโปรดฯให้จัดทหารตามแบบอังกฤษทุกประการ เมื่อจัดการทั้งทหารบกและทหารเรือแล้ว สิ่งที่จำเป็นจะต้องจัดให้มีขึ้นในกองทหารเหล่านี้ก็คือ กองแตรวง สำหรับบรรเลงประกอบการเข้าแถวและตั้งแถวกองเกียรติยศ และเพลงที่บรรเลงคือเพลงมาร์ช  ‘God Save the Queen’ ตามแบบฝรั่งที่ใช้บรรเลงทั้งรับและส่งเสด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง ส.พลายน้อยกล่าวไว้ว่า “God Save the Queen เพลงนี้เห็นจะใช้อยู่นาน ปรากฏว่า เมื่อเซอร์ ยอห์น โบว์ริ่ง ราชทูตอังกฤษเข้ามาเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘  ก็ได้บันทึกไว้ว่า เวลาที่เรือพระที่นั่งผ่านไป พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทานคำนับแก่ข้าพเจ้า แตรวงได้บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ใช้เพลง God Save the Queen ของอังกฤษ...

                ในปีพ.ศ. ๒๔๑๔ ในต้นรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประภาสชวา และขณะประทับอยู่ที่สิงคโปร์ ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง God Save the Queen บรรเลงเพลงรับเสด็จ และเมื่อพระองค์เสด็จถึงเมืองปัตตาเวีย จึงเป็นเหตุให้พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะต้องจัดให้มีเพลงชาติของไทยขึ้นเพื่อแตรวงบรรเลงรับเสด็จ เมื่อพระองค์เสด็จกลับสู่ประเทศไทย จึงโปรดฯให้เรียกหาผู้ชำนาญเพลงดนตรีไทยมาปรึกษา เพื่อหาเพลงไทยที่ควรจะนำมาใช้เป็นเพลงถวายคำนับรับเสด็จ สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงบรรยายไว้ในสาสน์สมเด็จตอนหนึ่งมีความว่า ครูดนตรีไทยที่ปรึกษาในครั้งนั้น คงจะเป็นคุณมรกตครูมโหรีหลวง พระประดิษฐไพเราะ (ครูมีแขก) และพระเสนาะดุริยางค์ (ขุนเณร) ทั้ง ๓ ท่านได้คัดเลือกเพลงไทยเพลงหนึ่งซึ่งมีกำเนิดขึ้นในรัชกาลที่ ๒ และมีชื่อว่า เพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะ ต่างก็ได้พิจารณาเห็นว่าเพลงไทยเพลงนี้เป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น และมีชื่อเป็นทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีไปพลางก่อน และโปรดฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อยอาจารยางกูร) แต่งบทร้องถวายพระพรเพื่อประกอบทำนองเพลงเป็นโคลงกระทู้ดังนี้

                                                                                                                                   ความ  สุขสมบัติทั้ง                  บริวาร

                                                                              เจริญ  พละปฏิภาณ                  ผ่องแผ้ว

                                                                   จง     ยืนพระชนนาม               นับรอบ ร้อยแฮ

                                                                   มี      พระเกียรติเพริศแพร้ว   เล่ห์เพี้ยงจันทร

                เพลงสรรเสริญพระบารมีที่ประพันธ์ขึ้นใหม่โดยใช้ทำนองเพลงไทยเดิมนั้น เมื่อได้นำไปใช้ก็ได้ทรงพิจารณาเห็นว่า ลักษณะของเพลงนี้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ กล่าวคือเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นเพลงคำนับบรรเลงด้วยแตรวงเหมือนเพลงฝรั่งทั้งหลาย เมื่อทรงเห็นเช่นนั้น พระองทรงโปรดฯให้ มร.เฮวุตเซน(Mr.Hevutzen) ชาวฮอลันดา ซึ่งเป็นครูแตรอยู่ที่เมืองปัตตาเวีย ให้มาเป็นครูแตรทหารมหาดเล็กและเข้าเฝ้าฯ พระองค์พระราชทานทำนองเพลงฝรั่งบทหนึ่ง ซึ่งพระองค์ได้ทรงได้ฟังเมื่อครั้งเสด็จสิงคโปร์คือทำนองเพลง God Save the Queen มร.เฮวุตเซน ได้ทราบถึงพระราชประสงค์โดยละเอียดแล้วก็ได้นำเพลงนั้นมาปรับปรุงเรียบเรียงขึ้นมาใหม่จนเป็นต้นเค้าของทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

                การปรับปรุงทำนองเพลงใหม่ของ มร.เฮวุตเซนนั้น อาจารย์มนตรี ตราโมท ได้เล่าไว้ว่า มร.เฮวุตเซนต ได้ใช้ทำนองเพลง God Save the Queen ผสมด้วยเพลงแตรสังข์ และทำนองเพลงโบราณที่มองซิเออร์ ลาลูแบร์ ได้บันทึกเป็นโน้ตไว้ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ที่มีบทร้องหรือคำขับขึ้นต้นว่า สายสมรรวมระคนกันขึ้นเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี

                ส่วนในด้านการแยกเสียงประสานมร.ฟุสโค (Mr.Fusco) ครูแตรวงทหารเรือชาวอิตาลีอเมริกันได้เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานให้แตรวงทหารบกเป็นผู้บรรเลง และสำหรับบรรเลงด้วยปีอาโนนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงขอให้ มร. ยอร์ช (George) เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ดังปรากฏในสำเนาลายพระหัตถ์ถึง มร.ยอร์ช

                 เมื่อ มร.ยอร์ช ได้ทำโน้ตปีอาโนเสร็จแล้ว ก็ส่งมาถวาย แต่ด้วยการที่เซ็นชื่อกำกับไว้ตรงแนวบรรเลงของปีอาโนแต่เพียงอักษรว่า มิสเตอร์ยอร์ช หรือ C.S.G.นั้นเป็นผู้ใด

                อนึ่ง เพลงสรรเสริญพระบารมีนี้ เมื่อตอนที่มีเนื้อร้องขึ้นแล้ว มร.ยาคอบ ไฟต์ (M r. Jacob Feit) บิดาของพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้เรียบเรียงสำหรับการขับร้องประสานเสียง ๔ แนวขึ้นเป็นครั้งแรก

                ต่อไปนี้จะเป็นการกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของ เนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยจะเริ่มจาก มร.เฮวุตเซน

เพลงสรรเสริญพระบารมีที่ใช้ทำนองของ มร.เฮวุตเซนในสมัยเริ่มแรกนั้น มีเนื้อร้องซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของ สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และเนื้อร้องจะแตกต่างกันออกไปโดยแยกกันร้องพวกละอย่างไม่เหมือนกันคือ

เนื้อร้องที่1

อ้าพระนฤปจง         ทรงสิริวัฒนา

                                                                                                                    จงพระพุทธศา          สนฐีติยง

                                                                                                                    ราชรัฐจงจิรัง             ทั้งบรมวงศ์

                                                                                                                    ฑีรฆดำรง                   ทรงกรุณาประชาบาล

                                                                                                                    ราชธรรม ธ รักษา      เป็นหิตานุหิตสาร

                                                                                                                     ขอบันดาล                  ธ ประสงค์ใด

                                                                                                                     จงสิทธิ์ดัง                   วรหฤทัย

                                                                                                                      ดุจถวายชัย                  ฉะนี้ฯ (สำหรับพวกละครหลวงร้อง)

เนื้อร้องที่ 2

           ข้าวรพุทธเจ้า              เหล่าวิริยพล

  พลาสบสมัย                  กาละปิติกมล

                                                                                         ร่วมนรจำเรียงพรรค์      สรรดุริยพล

           สฤษดิมณฑล                ทำสดุดีแด่นฤบาล

                                                                                          ผลพระคุณะรักษา         พลนิกายะศุขสานต์

                                                                                          ขอบันดาล                     พระประสงค์ใด

                                                                                          จงสฤษดิดัง                   หวังวรหฤทัย

                                    ดุจถวายไชย                   ฉะนี้  (สำหรับนักดนตรีขับถวาย)

                                                                               

ต่อมา สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงพระนิพนธ์เนื้อร้องสำหรับพวกดนตรีชายหญิงขึ้นอีก และเพลงสรรเสริญพระบารมีที่มีเนื้อร้องขึ้นใหม่นี้ กรมศึกษาธิการได้ประกาศใช้ในโรงเรียนทั่วไปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕

                ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ โดยทรงรักษาพื้นเดิมของบทร้องอันเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์นี้ไว้เป็นส่วนมาก

                เนื้อร้องที่เปลี่ยนใหม่บทนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงธรรมการออกคำสั่งให้ใช้ได้ทั่วไปในโรงเรียนทั้งหญิงและชายเหมือนกันหมด เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ต่อมาอีกไม่นานทรงโปรดฯ ให้ทุกพวกทุกฝ่ายใช้เนื้อร้องใหม่บทนี้แต่เพียงบทเดียว และนับแต่นั้นมาเนื้อร้องบทนี้ที่พระองค์ท่านทรงมีส่วนในการสร้างสรรค์ก็ได้แพร่หลายไปสู่ประชาชนทั่วไป และได้ใช้กันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

                อนึ่ง มีเรื่องที่น่ารู้และควรจะนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้ นั่นคือเนื้อร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีบทก่อนๆ จะลงท้ายด้วยคำว่า ฉะนี้ แต่เนื้อร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีบทหลังสุดที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรับปรุงแก้ไขกลับลงท้ายด้วยคำว่า ชโย สาเหตุที่เปลี่ยนคำว่า ฉะนี้เป็น ชโยก็เนื่องมาจากเหตุที่คนร้องมักจะพิเรน ออกเสียงเป็น ชะนี ดังนั้นจึงโปรดฯ ให้เปลี่ยนเป็น ชโยและได้ใช้ร้องลงท้ายเรื่อยมาจนทุกวันนี้

               

                                                                                                                          เพลงสรรเสริญพระบารมี ฉบับปัจจุบัน

คำร้อง    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชนิพนธ์ปรับปรุงขึ้นใหม่

ทำนอง   เฮวุตเซน

                                                                ข้า ว ร พุท - ธ เจ้า             เอา ม โนและ ศิ ระ กราน                  นบ พระ ภู มิ บาล บุญ ญะ ดิ เรก

                          เอก บร  ม - ะ จัก ริน                     พระ ส ยา มินทร์ พระ ย                    ศะ ยิ่ง ยง       เย็น ศิ ระ เพราะ พระ บ ริ บาล

                          ผล พระ คุณ ธ รัก ษา                     ปวง ประ ชา เป็น สุข ศานต์                ขอ บัน ดาล     ธ ประ สงค์ ใด

                          จง สฤษดิ์ ดัง วัง ว ร ห ฤ ทัย              ดุ - จ ถ - วาย ชัย ช - โย

 

 หนังสืออ้างอิง

กำพล จำปาพันธ์ .(2548). เพลงสรรเสริญพระบารมี. เรียกค้นได้วันที่ 10 มีนาคม 51 จาก http://www.Midnightuniv.org/midnight2545/document9687.html

พูนพิสมัย ดิสกุล.(2511). เพลงสรรเสริญพระบารมี. ชุมนุมดนตรีไทย. 1, 23.

มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ .(2537). เพลงชาติไทย. เจ.ฟิลม์ โปรเซส จำกัด 

 

 

 

view

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

สถิติ

เปิดเว็บ19/09/2007
อัพเดท21/10/2019
ผู้เข้าชม176,931
เปิดเพจ308,891
สินค้าทั้งหมด1

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

ติดต่อเรา

view